วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วันหยุดสุดยอดดดดด

      
ล่องแก่ง นครนายก
      เรามาสนุกกับกิจกรรม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จังหวัดนครนายก ซึ่งมีกิจกรรมล่องแก่งแม่น้ำนครนายก ทั้งเรือยางและเรือคายัคหรือกิจกรรมศูนย์ผจญภัยเขาหล่น โรยตัวหน้าผาจริง-ปีนเขา จิ้กจอกเวลา ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นการท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่บนพื้นฐาน ความรู้ ความรับผิดชอบ ต่อระบบนิเวศวิทยา







   สำหรับการล่องแก่งที่แม่น้ำนครนายก มีระดับความยากและง่ายตั้งแต่ระดับ 3-5 สร้างความสนุกได้ทุกเพศทุกวัย ตลอดทั้งปี (กระแสน้ำจะไหลแรงในฤดูฝนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ตุลาคม) โดยจุดเริ่มต้นผจญภัยการล่องแก่งแม่น้ำนครนายกอยู่บริเวณเชิงสะพานท่าด่าน เลาะเลี้ยวไปตามลำน้ำนครนายก ในระดับความแรงของสายน้ำที่ 1-3 ผ่านแก่งต่าง ๆ ที่สร้างความสนุกตื่นเต้นตลอดระยะทางในการล่องแก่งประมาณ 2 ชั่วโมง
    ส่วนแก่งต่าง ๆ ที่จะล่องผ่าน ได้แก่ แก่งโขดคุ้ง มีลักษณะเป็นโขดหินโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำในช่วงฤดูร้อน แต่จะจมลงไปในน้ำยามฤดูฝน, เกาะแก่ง มีลักษณะเช่นเดียวกันกับแก่งโขดคุ้ง ถ้าในช่วงฤดูร้อนจะมองเห็นเกาะแก่งนี้ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำจะท่วมเกาะแก่งนี้จนไม่สามารถมองเห็นได้
การเดินทาง

          สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ 1 ไปตามทางหลวงหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิตผ่านอำเภอองครักษ์ ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร เส้นทางที่ 2 ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาที่แยกหินกองไปตามถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) จนถึงนครนายก ระยะทางประมาณ 137 กิโลเมตร หรือทางที่สองใช้ทางพิเศษอุดรรัถยา สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 1543





 ติดต่อและจองล่องแก่งล่วงหน้าได้ที่ผู้ประกอบการ ดังนี้…
      สาริกา แอดเวนเจอร์ พอยท์ โทรศัพท์ 0-3731-6676 และ 08-5374-2496 (มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว มีประกันอุบัติเหตุ) หรือ sarikaadventurepoint.com

ชมรมเรือยางหินตั้ง โทรศัพท์ 08-4543-1970


Sarika explorers โทรศัพท์ 08-1824-8733 หรือ เฟซบุ๊ก Sarika Explorers



กลางไพร ท่องเที่ยวและผจญภัย โทรศัพท์ 08-7127-1000 หรือ www.thadan.com



 arika Nature Trip โทรศัพท์ 08-1818-9041 หรือ www.sarikanaturetrip.com

กลุ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงบริการเขื่อนคลองท่าด่าน โทรศัพท์ 08-6530-0371

แพ แคนู แคมป์ โทรศัพท์ 0-3738-5042, 08-1863-4197 และ 08-1650-1018


คยัค สคูล โทรศัพท์ 08-1451-8830, 0-3739-3518


คยัคเซนต์เตอร์ (แก่งสามชั้น) โทรศัพท์ 0-3732-8411


บ้านสวนสาริกา (บ้านคุณลุง) โทรศัพท์ 0-3738-5336



MMK วังตะไคร้ โทรศัพท์ 08-1689-0150



นครนายกล่องแก่ง โทรศัพท์ 0-3738-4026, 08-9931-1398



ครัวมะปราง โทรศัพท์ 0-3732-8073


สีดา รีสอร์ท โทรศัพท์ 0-3731-3560, 0-3738-5156-7

บ้านพี่ชายทัวร์ โทรศัพท์ 08-9091-0573


สวนหญ้างาม โทรศัพท์ 08-9402-5790


คยัคมาสเตอร์ โทรศัพท์ 08-1591-1635

สวนลุงใน โทรศัพท์ 0-3732-8145, 08-1377-7801


ภูมินทร์ โทรศัพท์ 08-1745-0021, 08-6004-8923, 08-9097-8126


เกิ้ลล่องแก่ง โทรศัพท์ 08-9682-3762, 08-9119-9926


ท่าด่านล่องแก่ง โทรศัพท์ 08-5217-9768, 08-4647-2719, 08-6412-1190 หรือ www.nayokthadan.com                 



หนึ่งล่องแก่ง โทรศัพท์ 08-3120-9137, 08-9931-5784, 08-7135-7521


วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ส่องสัตว์กานนนนน


   ประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนใครในการนั่งรถลากไปส่องดูสัตว์ยามค่ำคืน คือ สิ่งที่ทำให้ “เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี” มีความแตกต่างจากสวนสัตว์แห่งอื่นๆ อย่างชัดเจน ความตื่นเต้นสนุกสนานผสมระคนปนเปไปกับความฉงนสนเท่ห์เมื่อได้พบเห็นเงาสัตว์ป่าเคลื่อนไหวลางๆ อยู่ท่ามกลางความมืดมิดเป็นความรู้สึกที่นักท่องเที่ยวหลายๆ คนอยากจะลองมาสัมผัสดูสักครั้ง 

   “เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี” นับเป็นสวนสัตว์กลางคืนแห่งแรกของประเทศไทยซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 มีพื้นที่ครอบคลุม ต.สุเทพ อ.เมือง ไปจนกระทั่งถึง ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ รวมเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 819 ไร่ และถือเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในสมัยนั้น (เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่า สิงคโปร์ไนท์ซาฟารี ซึ่งเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่มีชื่อเสียงระดับโลกราว 2 เท่าค่ะ) 





ประกอบด้วยพื้นที่ 3 โซน ได้แก่ 


1. โซน Savanna Safari  ( South Zone)
อาณาจักรของผู้ถูกล่า เป็นส่วนแสดงสัตว์กินพืช สัตว์กีบ และสัตว์แอฟริกาที่หาชมได้ยาก 
โซนแห่งนี้ผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปในบรรยากาศทุ่งหญ้าซาวันนาแอฟริกาชมสัตว์ประเภทที่ไม่มีอันตรายมากนัก เช่น ช้าง ยีราฟ ม้าลาย ฮิปโปเตมัส กระทิง ละมั่ง เลียงผา แรดขาว วอเตอร์บัค และจามรี ซึ่งในการท่องเที่ยวในโซนนี้จะเป็นการเดินทางด้วยรถลาก มีลักษณะปิดโล่งเพื่อสัมผัสบรรยากาศภายนอกได้อย่างเต็มที่ โดยรถ 1 ขบวนจะมี 2 ตอน และสามารถบรรจุนักท่องเที่ยวได้ 50 ที่นั่ง พร้อมทั้งผู้บรรยายทั้งภาษาไทยและอังกฤษ มีระยะทางกว่า 2,432 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที 

2. โซน Predator Prowl (North Zone)
จะเข้าสู่เขตพื้นที่ของผู้ล่า ผสมกับการนำสัตว์ผู้ถูกล่ามาไว้ในโซนนี้ ผู้ชมจะได้ผจญภัยไปกับการนั่งรถ
ชมสัตว์ดุร้ายอย่างใกล้ชิด สนุกตื่นเต้นระทึกใจในทุกวินาทีกับภาพชีวิตของสัตว์ป่า อาทิ แร้งดำหิมาลัย สิงโต เสือโคร่ง เสือโคร่งขาว หมีควาย ไฮยีน่า และจระเข้ เป็นต้น พาหนะที่ใช้จะเป็นรถที่มีส่วนเปิดโล่งสู่ภายนอกและมีระบบป้องกันอันตรายจากสัตว์ต่างๆ มีระยะทางกว่า 2,1 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที 




3. โซน Jaguar Trail (Walking  Zone)
เป็นเส้นทางเดินชมสัตว์ป่าขนาดเล็กอยู่รอบบริเวณ ทะเลสาบ สวอนเลค โซนแห่งนี้มีการจัดสวนไม้ป่า และไม้ดอกที่รายล้อมอยู่ริมทาง และเน้นให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับการศึกษาธรรมชาติคือ สวนที่มีสัตว์เป็นองค์ประกอบ รวมทั้งมีสัตว์ต่างๆ 40 กว่าชนิด อาทิ นกฟลามิงโก้ ลิงกระรอก อุรังอุตัง สมเสร็จ 2 ชนิด ฮิบโปแคระ ม้าแคระ คาพิบาล่า วาลาบี หางพู่ แมวดาว เสือโคร่งขาว เสือจากัวร์ และลีเมอร์ เป็นต้น เฉพาะโซนนี้สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ช่วงกลางวัน และยังสามารถเข้าชมในช่วงกลางคืนได้อีกด้วยด้วย 














    การแสดงยามค่ำคืน นอกเหนือไปจากการเยี่ยมชมสัตว์ป่านานาชนิดแล้ว.....ความบันเทิงจากการแสดงยามราตรีก็ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่เชียงไนท์ซาฟารีพร้อมจะนำเสนอให้แก่เหล่าอาคันตุกะโดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมจากราคาบัตรตามปกติเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงช้างแสนรู้ การแสดงน้ำพุดนตรีที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดระดับประเทศ หรือการแสดงคาบาเร่ต์โชว์ ต่างก็ล้วนแล้วแต่สร้างความสนุกสนานครื้นเครงและความประทับใจให้แก่ทุกๆ คนได้ไม่ยาก





หมายเหตุ : 
เด็กที่มีความสูง ต่ำกว่า 100 ซ.ม. เข้าฟรี
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น.
เวลาบริการนั่งรถชมสัตว์กลางวัน ตั้งแต่เวลา 15.00 – 16.30 น. รถออกทุก 30 นาที
เวลานั่งรถชมสัตว์กลางคืน ตั้งแต่เวลา 19.00 – 23.00 น. รถออกทุก 15-20 นาที
รอบภาษาอังกฤษ เวลา 19.45 น. , 20.30 น. , 21.30 น. , 22.10 น.


**เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม


วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ล่องทะเล เที่ยวเกาะสวรรค์ #เกาะไข่ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณต้องลอง

น้ำใสๆ แบบนี้ ที่เกาะไข่... ไม่ไปไม่ได้แล๊ว วว ว ว....ว 





เกาะไข่นอก
เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่มากนัก มีชายหาดสวยงามทรายละเอียดขาวรอบเกาะ เล่นน้ำได้ ด้านหลังของเกาะจะมีปลาเสืออยู่เป็นจำนวนมาก รอบ ๆ บริเวณมีปะการังเขากวาง ปะการังหินซ้อน

เกาะไข่ใน
เกาะไข่ใน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ใกล้กับเกาะยาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมไปพักผ่อนบนชายหาดและดำผิวน้ำชมปะการังเป็นจำนวรมาก เกาะไข่ในมีชายหาดขาวสะอาด
 เกาะไข่นุ้ย
เกาะไข่นุ้ย เป็นเกาะที่มีชายหาดเล็กๆ มีแนวปะการังสวยงามรอบ ๆ เกาะ เกาะไข่นุ้ยอาจไม่เหมาะกับการขึ้นไปพักผ่อนบนเกาะ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเล่นน้ำ หรือดำผิวน้ำชมปะการังที่มัความสวยงาม









อุทยานแห่งชาติเขาสก (สุราษฎร์ธานี)

    อุทยานแห่งชาติเขาสก

      สวัสดีเพื่อนๆ คราวนี้มาแนะนำเส้นทางกับทริปสั้นๆแก้เครียดจากสถานการณ์น้ำท่วม กับการไปชมอุทยานแห่งชาติเขาสก ที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลก ประเภทอุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ของ Lonely Planet และเป็นการพาไปชมที่พักในสไตล์ทาร์ซาน ราคาพอเหมาะ ลองตามมาชมค่ะ



ถ้าหากว่าเขื่อนรัชชประภาและกุ้ยหลินคือ "พระเอก" เขาสกก็เป็นเหมือนพระรองที่นักท่องเที่ยวคนไทยมักผ่านเลยไป แต่สำหรับนักท่องเที่ยวยุโรปจำนวนมาก อุทยานเขาสกเป็นสถานที่ The must ที่ต้องมาเยือน ถ้าชอบเดินป่าชมธรรมชาติ และทำกิจกรรมกลางแจ้งแบบจริงจังอย่างแค้มป์ปิ้ง ขี่ช้าง พายเรือแคนู หรือล่องแพห่วงยางไปในเกาะแก่งลำธารคลองศก ขอบอกว่าที่นี่คือสวรรค์!

1) เดินป่า...ตามหาดอกบัวผุดบัวผุดเป็นพืชมหัศจรรย์ 

ค้นพบเพียงไม่กี่แห่งในโลก หนึ่งในนั้นคือที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธุ์ที่แตกต่างไปจากบัวผุดที่ค้นพบในประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามทฤษฎีดอกบัวผุดเป็นพืชอิงอาศัยหรือกาฝากซึ่งขึ้นมาจากเถาวัลย์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าย่านไก่ต้ม ใช้เวลาเติบโตเหมือนทารกกว่า 9 เดือนจึงจะผลิบาน ว่ากันว่าในตอนที่ดอกบัวผุดบานพร้อมๆ กันนั้นเสียงของมันจะดังก้องไปทั้งราวป่า จากนั้นจะบานอยู่เพียงไม่กี่วันก็เหี่ยวเฉา

การจะไปชมดอกบัวผุดต้องอาศัยการเดินเท้าไปเท่านั้น และต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยนำทาง เริ่มต้นจากกิโลเมตรที่ 111 ริมทางหลวงหมายเลข 401 ใช้เวลาเดินไต่เขาอีกกว่า 3 ชั่วโมงที่

2) ล่องแคนู-ห่วงยางกลางสายนํ้าคลองศก

ดีกรีความมันอาจไม่เท่ากับล่องแก่งในลำนํ้าอื่นๆ แต่การล่องเรือตื่นเต้นก็แค่คว้าห่วงยางรถยนต์เป่าลม











          เขาสก จะแบ่งจุดท่องเที่ยวออกเป็น 2 ส่วน คือ เขาสกส่วนของเขื่อนเชี่ยวหลานซึ่งนักท่องเที่ยวชทวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อน จากนั้น ลงเรือเพื่อไปนอนแพ ชมเขาสามเกลอ(ภูเขาหินกลางน้ำ)  ซึ่งเรียกว่ากุ้ยหลินเมืองไทย เที่ยวถ้ำประการัง ถ้ำน้ำทะลุ กับ เขาสกส่วนที่เป็นที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกซึ่งเป็นจุดที่ไปชม น้ำตก เดินป่า และ ชมบัวผุดจะอยู่คนละแห่งกัน ห่างกันประมาณ 60 ก.ม.  ซึ่งโปรแกรมที่เป็นที่นิยมซึ่งจะถูกบรรจุไว้ในโปรแกรมท่องเที่ยว ซึ่งจะคล้ายๆกันก็คือ เที่ยวเขาสก ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน  โดยวันแรกวันแรก ชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อน ลงเรือนอนแพ เที่ยวชมถ้าปะการัง ชมเขาสามเกลอ ซึ่งจุดนี่ค่ะ ที่จะเรียกว่า กุ้ยหลินเมืองไทย นอนแพ เล่นน้ำ พายเรือคายัค  ส่วนวันที่ 2 ก็กลับขึ้นมายังฝั่งเขื่อนเชี่ยวหลาน จากนั้นก็ไปเที่ยวยัง เขาสก ส่วนที่เป็นอุทยาน เดินป่า ชมดอกบัวผุด ซึ่งต้องเดินเข้าไปประมาณ 2 กม. หรือบางทีก็อาจ 5 กม. จะบานในช่วงเดือน พ.ย. – มี.ค.



วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ไปมายัง เขาค้อ


      ใกล้ฤดูหนาวเข้ามาทุกที หลายคงคงจะวางแผนเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวต้อนรับลมหนาวกันแล้ว เราเชื่อว่า “เขาค้อ” จังหวัดเพชรบูรณ์ จะเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างล้มหลาม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศเย็นสบาย แถมยังมีทัศนียภาพเป็นผืนป่าสีเขียวขนาดใหญ่ อีกทั้งเป็นแหล่งชมวิวทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งด้วย อ๊ะ ๆ ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะที่เข้าค้อยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ดังนั้นดิฉันจึงขอรวบรวม “ที่พักเขาค้อ”ดีไซน์เก๋และวิวสวย ๆ มาแนะนำให้คนที่กำลังวางแผนไปเที่ยวได้เลือกกัน ส่วนจะมีที่ไหนสวยถูกใจบ้างนั้น เราไปชมพร้อม ๆ กันเลย





 อเอซิสแห่งความสงบร่มรื่น
THE SENSE ที่ที่ซึ่งคุณสามารถเชื่อมต่อกับตัวตนภายในของคุณอีกครั้ง หนีออกไปจากเมืองและชีวิตที่เร่งรีบออกไปพบกับชีวิตที่เพียบพร้อมและเผชิญกับวันที่น่าตื่นเต้น และ ณ ตอนนี้เวลาที่ดีที่สุดที่จะให้รางวัลกับตัวเองเวลาที่เงียบสงบสำหรับการพักผ่อน สะท้อนความเป็นตัวเองและรายล้อมด้วยพื้นที่ธรรมชาติสีเขียวที่สวยงามอีกทั้งยังเป็นมรดกโลก, ที่ที่เราเรียกว่า เขาค้อ โอเอซิสแห่งความสงบเย็นฉ่ำ


วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เกาะสิมิลัน แดนมหัศจรรย์แห่งอันดามัน



    ร้อน... ร้อน... ร้อน... นับวันอากาศบ้านเราดูเหมือนจะร้อนขึ้นทุกวันๆ แถมอุณหภูมิก็ดูเหมือนจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างนี้เราต้องหาวิธีคลายร้อนกันหน่อยแล้ว งั้น... ไปเที่ยวทะเลกันดีกว่า!!

  วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวทะเลดับร้อนกันที่ "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน" หมู่เกาะกลางทะเลอันดามันที่เป็นเลิศในด้านความงามของปะการังใต้ท้องทะเล อยู่ที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ 
เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 252


                                   




"หมู่เกาะสิมิลัน" คือสรวงสวรรค์ใต้สมุทรที่อุดมไปด้วยชีวิตน้อยใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปะการัง และหมู่ฝูงปลา มีน้ำใสราวแผ่นกระจกและมีหาดทรายที่ขาวสะอาดงดงาม สิมิลันมีชื่อเสียงทางด้านมีแหล่งน้ำลึกที่สวยงาม ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และภาพหินเรือใบเป็นภาพสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซิ่งตั้งอยู่ที่เกาะ8 (สิมิลัน) ที่มีความงดงามมาก และถือเป็นจุดเด่นของสิมิลัน

ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงมาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ดังนั้นทางอุทยานฯ จึงประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เที่ยวเสม็ด จัดว่าเด็ดจริงๆ






ประโยคติดปากที่หลายๆ คนมักจะพูดถึงเกาะเสม็ด เพราะใครได้มาที่นี่แล้วก็ต้องเสร็จ (เกาะเสม็ด) กันทุกราย ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ก็เพราะธรรมชาติสวยๆ หาดทรายขาวๆ น้ำทะเลใสๆ ที่ทำให้แทบจะเหมือนโดนสะกดวิญญาณ ทำให้ใครมาแล้ว ... ก็ต้องอยากกลับมาอีก
ใครจะไปเสม็ดยกมือขึ้นน!!!  ไม่ต้องเก็บกระเป๋า ไม่ต้องขึ้นรถลงเรือ ไม่ต้องส่งฝาไปชิงโชค ไม่ต้องเสียเงินสักบาท เราขออาสาพาเพื่อนๆ ไปเกาะเสม็ด แบบทัวร์รอบเกาะชนิดที่ว่าไม่ต้องไปจริงก็รอบรู้ทะลุปรุโปร่ง และรับรองว่าคุณจะต้องหลงรักเกาะเสม็ดอย่างแน่นอน ...







กาะเสม็ด, เสม็ด หรือ เกาะแก้วพิสดาร ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ของสุนทรภู่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อของระยอง ที่ได้รับ ความนิยมทั้งจากชาวไทยและต่างประเทศ ตั้งอยู่ตำบลเพ อำเภอเมือง จ.ระยองอยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพประมาณ 6.5 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 3,125 ไร่ มีลักษณะเป็นเกาะรูปสามเหลี่ยม (แผนที่เกาะเสม็ด) ส่วนฐานของเกาะอยู่ด้านทิศเหนือ ซึ่งหันเข้าสู่ฝั่งบ้านเพ มีภูเขาสลับซับซ้อนกันอยู่ 2-3 ลูก มีที่ราบอยู่ตามริมฝั่งชายหาด ส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านเหนือและตะวันออก เหตุที่มีชื่อว่า “ เกาะเสม็ด” เพราะเกาะนี้มีต้นเสม็ดขาว และเสม็ดแดงขึ้นอยู่มาก ซึ่งในอดีตชาวบ้านนำมาใช้ทำไต้จุดไฟ บนเกาะเสม็ดไม่มีแม่น้ำลำคลอง ประมาณ 80% ของพื้นที่ เป็นภูเขาและป่าไม้เบญจพรรณ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน ช่วงเดือนพฤษภาคมมีมรสุมและคลื่นลมจัดมาก เดือนสิงหาคมมีฝนตกชุก.

เกาะเสม็ด ห่างจากฝั่งบ้านเพ ประมาณ 6 กม. ใช้เวลานั่งเรือไปยังเกาะเสม็ดประมาณ 30 นาทีถึง ท่าเรือหน้าด่าน บนเกาะเสม็ด จากนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางโดยรถสองแถว หรือ เช่ามอเตอร์ไซค์ ไปแต่หาด เช่นอ่าวน้อยหน่าอ่าวลูกโยนหาดทรายแก้วอ่าวไผ่ อ่าวทับทิม อ่าวช่อ อ่าวตะวันอ่าววงเดือนอ่าวเทียนอ่าวหวายอ่าวกิ่วอ่าวกะรังซึ่งอยู่ปลายสุด และที่พลาดไม่ได้กับอ่าวพร้าว เป็นเพียงอ่าวเดียวที่อยู่ตะวันตกของเกาะเสม็ด สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้ที่ อ่าวพร้าวแห่งนี้.
การเดินทางไปเกาะเสม็ดนั้น ไม่ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน นักท่องเที่ยวควรสำรองที่พักไว้ล่วงหน้า มิฉะนั้นคงเสียเวลากะเตงกระเป๋าไปหาห้องพักเหนื่อยแน่ แต่ละหาดอยู่ห่างไกลกันมากทีเดียว.
การเดินทางไปเกาะเสม็ด

  1. รถยนต์ส่วนตัว
    • ใช้เส้นทาง มอเตอร์เวย์-พัทยา แต่ขับแยกไปทาง ระยอง-แกลง ไม่ต้องเลี้ยวขวาเข้าตัวเมือง ให้ขับไปเรื่อยๆ ผ่านวัดตะพง ขับเลียบชายหาดไปถึงบ้านเพ และไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถค่ะ แถวท่าเรือจะมีบริการรับฝากรถราคาประมาณวันละ 100 บาท ต่อคันค่ะ ปลอดภัยหายห่วง
  2. รถโดยสารประจำทาง
    • เอกมัยป.1 กรุงเทพ-บ้านเพ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เที่ยวแรก 7.30 ถึงท่าเรือบ้านเพประมาณ 10 โมง
    • หมอชิตออกทุกๆ 1 ชั่วโมง และใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง
    • รถตู้อนุสาวรีย์-บ้านเพ วินรถตู้จะจอดอยู่ที่ฝั่งห้างเซ็นจูรี่อนุสาวรีย์ ราคาประมาณ 200 บาท จะลงท่าเรือไหนก็บอกได้ ระยะเวลาในการเดินทางจะค่อนข้างเร็ว แค่ 2 ชั่วโมงนิดๆ